เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
คุณรู้จักไวรัสตับอักเสบบี...ดีหรือยัง ?

หลายท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบี แต่มักไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วไวรัสตับอักเสบบีมีความสำคัญอย่างไรและก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง ไวรัสตับอักเสบบี เป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคตับอักเสบและตับแข็งแม้แต่ในผู้ที่ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์



จะทราบได้อย่างไรว่า ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ?
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมักไม่มีอาการหรืออาจมีอาการที่ไม่จำเพาะ



เราจะทราบว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่โดยการเจาะเลือดตรวจเท่านั้น ซึ่งสามราถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อกันได้อย่างไร ?
ปกติไวรัสตับอักเสบบีติดต่อกันได้ 3 ทาง คือ ติดต่อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และติดต่อจากการสัมผัสเลือดและผลิตพันธ์ของเลือด เช่น น้ำเหลืองและเกร็ดเลือด เป็นต้น



ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีในประเทศไทยส่วนใหญ่จะได้รับเชื้อตั้งแต่ในวัยเด็กโดยได้รับมาจากมารดาที่เป็นพาหะ การติดเชื้อตั้งแต่ในวัยเด็กขณะที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์เต็มที่จะทำให้เป็นการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรังและมักไม่แสดงอาการ การติดเชื้อในวัยผู้ใหญ่ มักเป็นแบบเฉียบพลัน จะมีอาการจำเพาะซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายพยายามทำลายเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่ของผู้ที่ติดเชื้อในวัยผู้ใหญ่ร่างกายมักสามารถจำกัดเชื้อไปได้เอง
ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ?
ผู้ที่ควรได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้แก่ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ เช่น
ผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้ เช่น มีอาการอ่อนเพลียตัวเหลือง ตาเหลือง อุจจาระเป็นสีดำ หรืออาเจียนเป็นเลือดที่สงสัยว่าเกิดจากโรคตับแข็ง เป็นต้น สำหรับประเทศไทยซึ่งมีความชุกของโรคไวรัสตับอักเสบบีสูง แนะนำว่าควรตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบนี้ทุกคนแม้ว่าจะไม่มีอาการเพราะการตรวจเลือดเพียงครั้งเดียว สามารถบอกได้ว่าติดเชื้อไวรัสนี้หรือไม่ (ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกปีเหมือนการตรวจสุขภาพทั่วไป)
ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อทราบว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ?
ในอดีตไวรัสตับอักเสบบีไม่มียารักษาที่ได้ผลดี แต่ปัจจุบันวงการแพทย์ได้มีการคิดค้นและพัฒนายาต้านไวรัสเพื่อรักษาโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจึงควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่าท่านควรได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสหรือไม่ สำหรับผู้ที่อยู่ในระยะพาหะอาจยังไม่ต้องรักษาด้วยยาต้านไวรัส ทั้งนี้ไม่ว่าจะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสหรือไม่ ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีควรได้รับการตรวจคัดกรองเพื่อหามะเร็งตับระยะเริ่มต้นด้วยการตรวจเลือดและทำอัลตร้าซาวน์ตับเป็นระยะทุกๆ 6 เดือน
มีวิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ ?
ไวรัสตับอักเสบบีสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนทั้งหมด 3 เข็ม โดยฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากการฉีดเข็มแรก 1 เดือน และฉีดเข็มที่ 3 ห่างจากการฉีดเข็มแรก 6 เดือน