เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ไขมันดี” กับ “ไขมันไม่ดี” เวลาไปตรวจสุขภาพ แล้วหมอก็มักจะพูดถึงค่า LDL อยู่เสมอว่า ถ้าสูงเกินไปจะต้องระวัง เพราะอาจเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
แต่เคยสงสัยไหมว่า LDL จริง ๆ แล้วคืออะไร ทำไมมันถึงถูกเรียกว่าไขมันไม่ดี แล้วถ้าค่า LDL สูง จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ เกี่ยวกับ LDL ว่ามันทำหน้าที่อะไรในร่างกาย
ค่า LDL หรือ Low-Density Lipoprotein คือคอเลสเตอรอลชนิดหนึ่งที่มักถูกเรียกว่า “ไขมันไม่ดี” เพราะมีแนวโน้มที่จะสะสมตามผนังหลอดเลือด โดยหน้าที่ของ LDL คือการนำคอเลสเตอรอลส่งไปยังเซลล์ต่างๆตามร่างกาย ถ้าระดับ LDL สูงเกินไป คอเลสเตอรอลส่วนเกินเหล่านี้จะเริ่มเกาะตัวและสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบแคบ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
การมีค่า LDL ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าค่า LDL สูงเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจต่าง ๆ ได้ โดยทั่วไปค่าปกติของ LDL ควรอยู่ประมาณ 100-130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ค่า LDL ที่สูงเกินไปส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง โดยหลักๆ คือ
เมื่อระดับ LDL สูง ไขมันจะสะสมและเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบแคบลง เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดภาวะเส้นเลือดตีบ
หากหลอดเลือดมีการสะสมไขมันมากเกินไปอาจทำให้เกิดคราบพลัค (plaque) หากสะสมไประยะเวลานานจะทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบแคบลง และส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะสำคัญต่างได้ไม่ดี
เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
ในบางกรณี พลัคที่สะสมอาจหลุดออกมากลายเป็นลิ่มเลือด และไปอุดตันที่หลอดเลือดในสมอง ทำให้สมองขาดเลือด เกิดเป็น โรคหลอดเลือดสมอง หรือ อัมพฤกษ์ อัมพาต ได้แบบไม่ทันตั้งตัว
เมื่อค่า LDL สูง ไขมันจะสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบ ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดผ่านหลอดเลือดที่ตีบ จึงทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นตามมาด้วย
การรู้ว่า ldl ค่าปกติ อยู่ที่เท่าไหร่ถือว่าสำคัญมาก เพราะแต่ละคนมีระดับความเสี่ยงต่างกัน ทั้งตามอายุ เพศ และภาวะสุขภาพอื่น ๆ
ตารางด้านล่างคือเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้โดยทั่วไป (หน่วย mg/dL)
|
กลุ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ |
ค่า LDL ที่เหมาะสม (mg/dL) |
|
คนทั่วไป (ความเสี่ยงต่ำ) |
ต่ำกว่า 130 |
|
ผู้ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง (มีปัจจัยบางอย่าง เช่น สูบบุหรี่ หรือ อ้วนลงพุง) |
ต่ำกว่า 100 |
|
ผู้ที่มีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือ ความดันโลหิตสูง |
ต่ำกว่า 70 |
|
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก (เคยมีโรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดสมองมาก่อน) |
ต่ำกว่า 55 |
หากคุณเป็นคนสุขภาพดีทั่วไป ควรรักษา LDL ให้น้อยกว่า 130 mg/dL
แต่ถ้ามีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ หรือ เบาหวาน ควรลดให้ต่ำกว่า 70 mg/dL
หลายคนพบว่าผลตรวจไขมันออกมาสูงโดยไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่ไม่ได้กินของมันมากนัก สาเหตุของ ค่า LDL สูง มีได้หลายประการ เช่น
พฤติกรรมการกิน
การรับประทานอาหารที่มี ไขมันอิ่มตัวสูง เช่น หมูกรอบ ของทอด ขนมอบ เบเกอรี่
การบริโภค ไขมันทรานส์ ที่พบในมาการีน ครีมเทียม และขนมขบเคี้ยว
ขาดการออกกำลังกาย
ร่างกายที่ไม่ได้ขยับเป็นเวลานานทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้า ส่งผลให้ไขมันไม่ดีสะสมในเลือดมากขึ้น
น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
คนที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 25 มักมีแนวโน้มค่า LDL และ Triglyceride สูงกว่าคนปกติ
ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) ที่หลั่งออกมาเวลาคุณเครียด จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างไขมันเพิ่มขึ้น
อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะกำจัด คอเลสเตอรอล ได้ช้าลง ส่งผลให้ LDL มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
แม้คุณอาจไม่รู้สึกผิดปกติใด ๆ ในช่วงแรก แต่ LDL สูงคือภัยเงียบ ที่ทำลายสุขภาพภายในอย่างช้า ๆ เพราะไขมันเหล่านี้จะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนหนาและแข็งขึ้น เกิดเป็น คราบไขมัน (Plaque) ที่ขัดขวางการไหลเวียนของเลือด
หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะเหล่านี้ได้
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) เมื่อหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตีบ หัวใจจะทำงานหนักและเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เมื่อหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก อาจทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง หัวใจต้องสูบฉีดแรงขึ้นเพื่อให้เลือดไหลผ่านหลอดเลือดที่ตีบ
โรคไต และความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ
ค่า LDL สูงไม่เพียงเกี่ยวกับอาหารเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมชีวิตโดยรวม เช่น การนอนดึก หรือ ความเครียดสะสม
การลดค่า ldl cholesterol ค่าปกติ ให้อยู่ในเกณฑ์ดีไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสมอไป ในหลายกรณีการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้ผลตรวจดีขึ้นได้จริง
ลดไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
หลีกเลี่ยงอาหารทอด ของมัน ควรเปลี่ยนมาใช้น้ำมันที่ดีต่อหัวใจ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว
เพิ่มไฟเบอร์ เส้นใยอาหาร
ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีช่วยดักจับคอเลสเตอรอลส่วนเกินในลำไส้ ทำให้ LDL ลดลง
ปลาที่มีกรดไขมัน โอเมกา 3
ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน มีกรดไขมัน โอเมกา 3 ที่ช่วยลดไขมันไม่ดีและเพิ่ม HDL ได้
ดื่มน้ำให้เพียงพอและลดน้ำตาล ของหวาน
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือ วิ่ง อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ช่วยลดไขมันไม่ดี (LDL) ได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิง (Weight Training) ก็มีส่วนช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อทำร่วมกับการคุมอาหาร
น้ำหนักตัวที่มากสามารถเพิ่ม LDL ในเลือดได้ ดังนั้นการลดน้ำหนักให้เหมาะสมจึงเป็นทางออกที่ดีเยี่ยม
นอกจากนี้ ความเครียด ยังเป็นอีกปัจจัยที่คนมักมองข้าม เพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลที่หลั่งตอนเครียดจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างไขมันเพิ่ม ดังนั้นควรหาเวลาพักผ่อน นอนให้เพียงพอ ฝึกสมาธิ หรือ ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ
ทางโรงพยาบาลเชียงใหม่ รามได้มีแพ็กเกจตรวจคัดกรองเบาหวาน โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมาคอยดูแลการตรวจทุกขั้นตอนพร้อมให้คำปรึกษาในการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะกระทบต่อโรคร้าย